
การลอยกระทงสายนี้มีการพัฒนาการคัดมาจากประเพณีการลอยกระทงเป็นสิ่งที่เกิดจากภูมิปัญญาท้องถิ่น ที่มีความพร้อมด้วยปัจจัยวัสดุธรรมชาติ คือกะลามะพร้าว ซึ่งมะพร้าวมีมากในภูมิภาคนี้ซึ่งเห็นได้ จากอาหารพื้นเมืองของชาวจังหวดตากที่มีส่วนประกอบของมะพร้าวเป็นสําคัญ อาหารที่เป็นที่รู้จักกันดีได้แก่ ไส้เมี่ยง เมี่ยงคำ เป็นต้น จากวัสดุธรรมชาติที่ใช้ปัจจัยเอื้อก่อให้ เกิดความคิดสร้างสรรค์ ผนวกกับการมีนิสัยที่รักสนุกสนานรื่นเริง จึงเกิดประเพณีลอยกระทงสายขึ้นเป็นผลผลิตที่เกิดจากภูมิปัญญาท้องถิ่น
การจัดประเพณีลอยกระทงสายแต่เดิมเริ่มที่อําเภอบ้านตากนั้น จะตรงกับช่วงวันเพ็ญ 15ค่ำของทุกปี หลังจากที่จัดงานลอยกระทงเรียบร้อยแล้ว ดังนั้นการจัดลอยกระทงสายจึงจัดกันในแรม 11 ค่ำ มีกิจกรรมที่สําคัญคือ ในวันเพ็ญ ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 ตอนเช้าจะทำบุญตักบาตร ฟังเทศน์ ตอนบ่ายจะมีการแข่งเรือของแต่ล่ะหมู่บ้าน ส่วนในช่วงตอนเย็นจะมีการจุดประทีปที่บ้านและลอยกระทงของแต่ละคน ส่วนในวันแรม 1 ค่ำ เดือน 12 ตอนพลบค่ำ พระสงฆ์และชาวบ้านมาสวดมนต์และปล่อยโคมลอย เมื่อเสร็จพิธีจึงมีการปล่อยกระทงสาย
การลอยกระทงสายนั้นประกอบด้วย 3 ประเภทด้วยกัน คือ กระทงนํา กระทงตาม และกระทงปิดท้าย
กระทงนํา จะประดิษฐ์ประดอยอย่างสวยงามบนแพหยวกกล้วย ตัวกระทงจะทำด้วยใบตองหรือจากวัสดุธรรมชาติและจะลอยเป็นอันดับแรก
กระทงตาม จะมีส่วนประกอบด้วยตัวกระทงและไส้กระทง ตัวกระทงจะทําด้วยกะลามะพราวแห้งที่ ไม่มีรู ส่วนไส้กระทงมีหลากหลายชนิด เช่น ขี้ไต้ แกนข้าวโพดหรือซางข้าวโพด กาบ(เปลือก)มะพร้าว ตีนกา ผ้าชุบน้ำมัน เป็นต้น
กระทงปิดท้าย จะมีลักษณะคล้ายกระทงนํา แต่เล็กกว่าและลอยหลังจากที่ลอยกระทงตาม(กะลามะพร้าว)เรียบร้อยแล้ว
จากลักษณะภูมิประเทศของอำเภอบ้านตาก และจังหวัดที่ใกล้ชิดกับแม่น้ำมีการพัฒนาบ้านเมืองมานาน แต่ครั้งกรุงสุโขทัย และการตั้งแหล่งถิ่นฐานของชุมชนของคนในพื้นที่ที่อยู่ใกล้กับแหลงน้ำ จากสภาวะแวดล้อมทางธรรมชาติที่เป็นปัจจัยเอื้อผนวกกับความสามารถในภูมิปัญญาท้องถิ่นจึงเกิดเป็นประเพณีที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว อันสะท้อนให้ เห็นถึงความ
รักใคร่สามัคคีกันในหมู่คณะที่มีมาแต่โบราณจวบจนปัจจุบัน
ที่มา : http://cdas.ru.ac.th/filepdf/loy_kratong.pdf
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น